| ปีงบประมาณ | 2567 |
| หลักการและเหตุผล | ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องโรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากยุงที่มีเชื้อไวรัสเด็งกี่ การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเด็งกี่ สามารถแพร่จากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งได้โดยยุงลายตัวเมียบินไปกัดคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกโดยเฉพาะช่วงที่มีไข้สูงเชื้อไวรัสเด็งกี่จะเพิ่มจำนวนในตัวยุงประมาณ 8 - 10 วัน ซึ่งเชื้อไวรัสเด็งกี่จะไปที่ผนังกระเพาะ และต่อมน้ำลายของยุง เมื่อยุงกัดคนก็จะแพร่เชื้อสู่คน เชื้อจะอยู่ในร่างกายคนประมาณ 2 - 7 วัน ในช่วงที่มีไข้ หากยุงกัดคนในช่วงนี้ก็จะรับเชื้อไวรัส มาแพร่ให้กับคนอื่น มักระบาดในฤดูฝน โรคไข้เลือดออกเป็นโรคติดต่อที่สร้างความสูญเสียชีวิตและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและความความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปัญหาโรคไข้เลือดออกยังคงคุกคามชีวิตคือ การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของโรคไข้เลือดออก ทำให้ไม่มีการตื่นตัวในการร่วมกันป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออก ทั้งนี้ อาจเนื่องจากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสาธารณสุข ยังไม่ครอบคลุมถึง ทุกครัวเรือน ดังนั้น การสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายของโรคไข้เลือดออก จะช่วยทำให้การควบคุมและป้องกันโรคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 กำหนดให้ องค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล มาตรา 67 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายองค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล (3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ และจากสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกในพื้นที่ตำบลรอบเวียง ยังคงพบผู้ป่วยไข้เลือดออกในพื้นที่ ทุกปี
ดังนั้น งานสาธารณสุข สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จึงได้มีความตระหนักและจัดทำ โครงการป้องกันและควบคุมการเกิดโรคระบาดโรคติดต่อ ประจำปีงบประมาณ 2567 ขึ้น เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเริ่มที่ระดับครอบครัว และให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง และจัดตั้งทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์การระบาดของโรค รวมทั้งการสอบสวนโรคเพื่อหาปัจจัยหรือสาเหตุของโรค และเพื่อนำไปสู่การควบคุมโรคที่รวดเร็วและทันเวลาและก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่รวมไปถึงเครือข่ายด้านสาธารณสุขในการดำเนินงานทางด้านระบาดวิทยาในครั้ง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือในการรณรงค์ป้องกันและควบคุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ต่อไป |
| วัตถุประสงค์ | ๑.เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกและควบคุมโรคระบาดอื่นๆในชุมชน ๒.เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายและแหล่งแพร่เชื้อโรคระบาดในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง |
| ตัวชี้วัด | มีการจัดการโรคระบาดได้ทันตามกำหนดเวลาและมาตรการที่กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
|
| ระยะเวลาดำเนินงาน | ตุลาคม 2566 - กันยายน 2567 |
| งบประมาณตามแผนฯ | 150000 |
| งบประมาณที่ตั้งไว้ | 100000 |
| งบประมาณเบิกจ่าย | 61621 |
| งบประมาณคงเหลือ | 38379 |
| การดำเนินการ | ดำเนินการแล้ว |
| เป้าหมายที่คาดหวัง | 1. ชุมชนมีการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคระบาดในชุมชนโดยการพ่นหมอกควัน / พ่นเคมีละอองฝอยตามระบบเฝ้าระวังฯ 2. ชุมชนมีการจัดการทำลายแหล่งแพร่เชื้อโรคระบาดในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง 3. ชุมชนมีการจัดการควบคุมโรคเชื้อโรคระบาดในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง |
| ผลการดำเนินโครงการ | 1. ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจ ระดับมาก ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วม กิจกรรมโครงการฯ 2. ตัวชี้วัดร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจจากแบบทดสอบหลังการจัดกิจกรรมเนื่อง ในวันไข้เลือดออกอาเซียน (ASEAN Deng Day) ตามที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 40 คน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 3. มีการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกและโรคระบาดในชุมชนโดยการพ่นหมอกควันหรือพ่นเคมีละอองฝอยตามระบบเฝ้าระวังและมาตรการ 0 – 3 – 7 กรณีที่พบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกที่ได้รับการแจ้งรายงานจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ครบตามจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่ทั้งหมด 4. ไม่พบอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียงโดยยอดจำนวนผู้เสียชีวิตด้วยไข้เลือดออก มียอดเป็น 0 คิดเป็นร้อยละไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 (ของจำนวนผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียงทั้งหมด) 5. ผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกรักษาหายตามแผนการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันคิดเป็น ร้อยละ 100 (ของผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียงทั้งหมด) 6.เมื่อมีผู้ป่วยในพื้นที่จะมีการดำเนินการระงับการแพร่ระบาดของโรคโดยการพ่นหมอกควัน จำนวน 3 รอบต่อราย 7.ทาง อสม. มีการรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกอาทิตย์ ในเขตพื้นที่ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคไข้เลือดออก
|
| ปัญหาอุปสรรค/แนวทางแก้ไข | ปัญหาอุปสรรค 1. เครื่องพ่นหมอกควันมีไม่เพียงพอต่อการออกควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกและมีความเสื่อมสภาพการใช้งานเนื่องจากมีอายุการใช้งานมาแล้วหลายปี 2. ภาชนะใส่น้ำมันมีไม่เพียงต่อการบรรจุน้ำมันที่ทำการเบิกจ่ายน้ำมันสำหรับใช้ควบคุมโรคไข้เลือดออกตามมาตรการ 0 - 3 - 7 (ระยะ 7 วัน ใช้พ่นควบคุมป้องกัน จำนวน 3 ครั้ง) โดยจะมีปัญหาในกรณีที่เกิดพบผู้ป่วยด้วยไข้เลือดออกหลายรายทำให้ต้องขอความอนุเคราะห์ยืมภาชนะใส่น้ำมันของหมู่บ้าน เกิดความล่าช้าต่อการออกให้บริการควบคุมโรค ตามกลไกรับมือกับโรคระบาดและภัยคุกคามสุขภาพที่เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข มาตรการสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance and Rapid Response Team , SRRT) 3. เครื่องพ่นละอองฝอยไม่เป็นที่ยอมรับกับประชาชนเนื่องจากประชาชนยังขาดความรู้และประสบการณ์ประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องพ่นละอองฝอย รวมการดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ 4. ขาดแคลนเจ้าหน้าที่บุคลากรด้านงานสาธารณสุขซึ่งมีไม่เพียงพอต่อการรองรับภารกิจงานด้านสาธารณสุขที่ได้รับการถ่ายโอนกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในการดูแลด้านสาธารณสุขให้ครอบคลุมในเขตพื้นที่ตามขอบเขตงานสาธารณสุข เช่น งานควบคุมและป้องกันโรค งานส่งเสริมสุขภาพ งานอนามัยสิ่งแวดล้อม งานสุขาภิบาล รวมทั้งงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย ฯลฯ ทำให้งานด้านสาธารณสุขเกิดความล่าช้าในการติดต่อประสานงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 5. กรณีได้รับการแจ้งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลว่าเกิดพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ 16.30 น. เป็นต้นไป รวมถึง วันหยุดราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขไม่ได้ดำรงชีวิตด้วยการอยู่ในสำนักงานตลอด 24 ชั่วโมง ของทุกๆวัน ทำให้เกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายน้ำมันในวันที่ได้รับการแจ้งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ แนวทางแก้ไข 1. จัดกิจกรรมให้ความรู้แนวทางในการป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี 2. จัดส่งเครื่องพ่นหมอกควันตรวจเช็คความชำรุดบกพร่องให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 3. จัดหาภาชนะใส่น้ำมันเพิ่มเติมรองรับการใช้งานให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมกรณีเกิดโรคระบาดและมีอุปกรณ์เพียงต่อการบรรจุน้ำมันในเบิกจ่ายน้ำมันสำหรับใช้ควบคุมโรคไข้เลือดออกไม่เกิดความล่าช้าและสามารถใช้ควบคุมโรคได้ภายใน 24 ชั่วโมงที่ได้รับการแจ้งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและเป็นไปตามมาตรการ 0 – 3 -7 (ระยะ 7 วัน ใช้พ่นควบคุมป้องกัน จำนวน 3 ครั้ง) ตามกลไกรับมือกับโรคระบาดและภัยคุกคามสุขภาพที่เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข มาตรการสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance and Rapid Response Team , SRRT) 4. สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนถึงประสิทธิภาพรวมทั้งนำเครื่องตรวจเช็คสภาพความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นละอองฝอย ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ 5. สรรหาบุคลากรเจ้าหน้าที่ด้านงานสาธารณสุขให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นและเพียงพอต่อการรับมือภารกิจงานด้านสาธารณสุขที่ได้รับการถ่ายโอนกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นในการดูแลด้านสาธารณสุขครอบคลุมในเขตพื้นที่ตามขอบเขตงานสาธารณสุข เช่น งานควบคุมและป้องกันโรค งานส่งเสริมสุขภาพ งานอนามัยสิ่งแวดล้อม งานสุขาภิบาล รวมทั้งงานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย ฯลฯ ทำให้งานด้านสาธารณสุขมีการขับเคลื่อนและไม่เกิดความล่าช้าในการติดต่อประสานงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มีการบริหารจัดการภายในองค์กรและมีปริมาณเนื้องานเหมาะสมเพียงพอสำหรับรองรับการตรวจผลการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local Performance Assessment : LPA) ในแต่ละปีให้เป็นที่พึงพอใจรวมทั้งส่งผลอันเป็นประโยชน์ในการได้รับการตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษประจำปีตามหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกำหนดได้ 6. กรณีได้รับการแจ้งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลว่าเกิดพบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง ในห้วงระยะเวลาตั้งแต่ 16.30 น. เป็นต้นไป รวมถึง วันหยุดราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขไม่ได้ดำรงชีวิตด้วยการอยู่ในสำนักงานตลอด 24 ชั่วโมง ของทุกๆวัน ทำให้เกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายน้ำมันในวันที่ได้รับการแจ้งจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ และควรพิจารณาให้ผู้อยู่เวรประจำสำนักงานในห้วงเวลาต่างๆ ส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ เครื่องพ่นหมอกควัน น้ำยาเคมี อุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ให้กับตัวแทนหมู่บ้านเข้ามารับ โดยงานสาธารณสุขได้จัดเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ สำรองไว้ที่จุดบริการภายในองค์การบริหารส่วนตำบลรอบเวียง เพื่อให้เป็นประโยชน์และทันห้วงระยะเวลาที่ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคได้ |





